“โกลเบล็ก” มองหุ้นไทยขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใน-นอกประเทศ


Publisher : 13 February 2018




บล.โกลเบล็กมองหุ้นไทยขายรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ บวกกับสนช. ผ่านร่าง พรบ.EEC เรียบร้อยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากขึ้น พร้อนแนะจับตาการประชุม กนง.วันที่ 14 ก.พ. คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% มองดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,760-1,820จุด ด้านราคาทองคำคาดอ่อนตัวลง เหตุจีนอยู่ในช่วงวันหยุดยาว แนะนำซื้อกลับเมื่อราคาทองคำต่ำกว่า 1,300 ดอลลาร์

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBSกล่าวว่าตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเปิดเผยโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูสาธารณูปโภคภายในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
อีกทั้งปัจจัยหนุนในประเทศจากที่ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ล่าสุดที่ประชุมสนช.ผ่านร่างกฏหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) สร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น และคาดว่าที่ประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 14 ก.พ.จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม 1.50% เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ

ส่วนปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ คือ การรายงายตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นหนุนกระแสคาดการณ์ว่า FED อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นและถี่กว่าที่คาดการณ์กันไว้เมื่อต้นปี ประกอบกับ ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงจากความกังวลอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรหุ้นน้ำมันที่ราคาได้ปรับขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ และตัวเลข fund flowที่ยังผันผวน โดยในช่วง 1 เดือนย้อนหลังนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท

อย่างก็ตามยังคงต้องจับตา วันที่ 14 ก.พ.2561 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และในส่วน อียู มีกำหนดเปิดเผย GDP ไตรมาส 4/2560 รวมทั้งสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีก รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค.สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ส่วนในวันที่ 15 ก.พ. สหรัฐ จะเปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.พ.ดัชนีราคาผู้บริโภค(PPI) และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.และวันที่ 19 ก.พ. สภาพัฒน์จะแถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 4/60

ด้านแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ shutdown ซ้ำแล้วซ้ำอีกในสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ตลาดหุ้นพากันทำhistorical high แต่ระดับกำไรบริษัทจดทะเบียนไม่สามารถไล่ตามได้ทันในเวลาอันสั้น ทำให้นักลงทุนเป็นกังวลต่อการถือสินทรัพย์เสี่ยงและเลือกที่จะเทขายทำกำไรออกมาทันทีที่มีข่าวลบแม้เพียงเล็กน้อย ตลาดการเงินโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงมีความผันผวนสูงมากเมื่อเทียบกับในช่วงปกติ โดยมีสาเหตุจากการปรับฐานของตลาดหุ้นนิวยอร์ก

สำหรับสัปดาห์นี้ คาดว่า ราคาทองคำจะรีบาวด์กลับขึ้นไปได้ไม่มากนัก เนื่องจากแนวโน้มหลักกลับเข้าสู่ขาลง และประเทศจีนจะหยุดยาวจนถึงกลางสัปดาห์หน้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน นักลงทุนจึงควรระมัดระวังแรงขาย รวมทั้งการแข็งค่าของเงินบาทจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำในประเทศอีกต่อหนึ่งจึงคงคำแนะนำให้พอร์ตระยะกลางถึงยาวรอจังหวะเข้าทำ Dollar Cost Average เมื่อระดับราคาลงต่ำกว่า1,300 ดอลลาร์



HASTAG   #หุ้นไทย    #มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล    #โกลเบล็ก   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij