'ทรัมป์' กดปุ่ม! "สงครามการค้า"


Publisher : 12 March 2018






ผู้ส่งออกเหล็กหารือพาณิชย์ ได้ข้อสรุป 2 แนวทาง รีบดำเนินการ หลัง ‘ทรัมป์’ ลงนามคำสั่งเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และเก็บภาษีนำเข้าอลูมิเนียม 10% ในอีก 2 สัปดาห์นี้ พาณิชย์เร่งปลดล็อก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มี.ค. 2561 ประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% แล้ว ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในเวลา 15 วัน




การขึ้นภาษีครั้งนี้ สหรัฐฯ อ้างเหตุผลเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงภายในประเทศ ตามประมวลกฎหมายการค้ามาตรา 232 (Trade Expansion Act of 1962) แต่จะมีข้อยกเว้นให้กับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นสมาชิกในเขตการค้าเสรีนาฟต้าเช่นเดียวกับสหรัฐฯ และเป็นผู้ส่งออกเหล็กกล้ามายังสหรัฐฯ มากเป็นอันดับ 1 และ 4 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ เปิดโอกาสให้ประเทศอื่น ๆ สามารถยื่นคำขอได้ว่า เหตุใดประเทศของตนจึงไม่ควรถูกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมเพิ่ม โดยสหรัฐฯ จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ประธานาธิบดีทรัมป์ ยืนยันว่า การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

ความเคลื่อนไหวของผู้นำสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคัดค้านทั้งจากภายในและนอกประเทศ เพราะเชื่อว่า จะก่อให้เกิดการขึ้นภาษีตอบโต้สินค้าอเมริกันและจุดชนวนสงครามการค้าขึ้นในที่สุด

ต่อเรื่องนี้ แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการกลุ่มเหล็ก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์ นำโดย นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ หารือร่วมกับสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็ก เช่น ท่อเหล็ก สรุปเนื้อหาได้ 2 แนวทาง ที่จะต้องรีบดำเนินการ คือ

1.กระทรวงพาณิชย์จะต้องไปหารือกับทูตพาณิชย์ ที่วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อหาทางออก โดยทำอย่างไรให้อเมริกาเห็นว่า สินค้าเหล็กและอลูมิเนียมของไทยไม่ได้มีผลต่อความมั่นคงของอเมริกา
2.เอกชนที่ส่งออกเหล็กไปอเมริกา โดยเฉพาะท่อเหล็ก เหล็กเคลือบ เหล็กแผ่นรีดเย็น จะต้องไปหารือกับลูกค้าที่อเมริกา เพื่อไปให้เหตุผลต่อทางรัฐบาลยกเว้นการเก็บภาษีเหล็กที่ส่งออกไปอเมริกา โดยเมื่อปี 2560 อเมริกามีการนำเข้าเหล็กจากทั่วโลก จำนวน 34.5 ล้านตัน

 

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์



ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยจะดำเนินการเจรจากับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรา 232 เป็นรายพิกัดสินค้า โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการขอยกเว้นเป็นรายพิกัด ภายในวันที่ 19 มี.ค. นี้ และหารือกับบริษัทที่เป็นคู่ค้าในสหรัฐฯ เพื่อยื่นขอยกเว้นมาตรการรายพิกัดสินค้าต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ต่อไป

ในส่วนของผลกระทบระยะสั้น 1-3 เดือน หลังจากมีการใช้มาตรการภายใต้มาตรา 232 การส่งออกสินค้าเหล็กของไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ในระยะยาวคาดว่า จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้ผลิตของสหรัฐฯ จะสามารถปรับตัวและเพิ่มกำลังการผลิตให้สูงขึ้นจนสินค้ามีราคาที่แข่งขันได้


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11-14 มี.ค. 2561 หน้า 02
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เมื่อ 'ทรัมป์' ประกาศ "ทวงความยุติธรรม"!! ลงนาม 'ขึ้นภาษีเหล็ก' ... เปิดฉากสงครามการค้า?
จับตาเหล็กนอกไหลเข้าไทย หลังทรัมป์เรียกเก็บ safeguard




HASTAG   กระทรวงพาณิชย์    ฐานเศรษฐกิจ    เหล็ก    โดนัลด์ ทรัมป์    สงครามการค้า    ประธานาธิบดีสหรัฐฯ    ภาษีนำเข้าเหล็ก    ส่งออกเหล็ก   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij