กลยุทธ์ปั้นอาณาจักร‘แมกโนเลีย’ ดึงพันธมิตรร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่


Publisher : 17 March 2018




ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคปลาใหญ่ครองตลาด ที่ได้ทุ่มทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ กระจายในทำเลศูนย์กลางเศรษฐกิจ และบรรดากลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ของไทย บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC เป็นรายหนึ่งที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวโครงการแมกโนเลีย ราชดำริ บูเลอวาร์ด และโครงการไอคอนสยาม ล่าสุดประกาศเนรมิตเมืองแห่งความยั่งยืน “เดอะ ฟอเรสเทียส์ “ ริมถนนบางนา-ตราด มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงเท่านี้ยังมีโครงการใหม่ๆ ที่แตกต่างออกมาอีก ซึ่งนายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์การสร้างธุรกิจดังนี้

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์



‘พันธมิตร’ร่วมสร้างธุรกิจ บริษัทแมกโนเลียฯ เริ่มต้นธุรกิจมาจากบริษัทรับเหมา แต่ช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้หันมาบุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจัง โครงการแรกที่ บางนา-ตราด กม.7 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรูใช้ชื่อ แมกโนเลีย เซาธ์เทิร์น งบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่ไม่มีรั้วเหมือนในต่างประเทศ ต่างจากโครงการจัดสรรอื่นๆ ที่มีรั้วทุกหลัง จากนั้นบริษัท ก็พยายามหาจุดยืน และความแตกต่าง

ช่วง 5 ปีแรกนั้นยังมีทีมงานไม่มากนัก รวมทั้งประสบการณ์ความท้าทายใหม่ การลงทุนโครงการจึงค่อนข้างระมัดระวัง งบประมาณไม่มากนัก เช่น โครงการเดอะ มิว คอนโดโลว์ไรส์ มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน แต่พอ 5 ปีหลังเริ่มสร้างโครงการที่มีความแตกต่างเห็นได้ชัด และมีบุคลากรที่มีฝีมือเข้ามาร่วม พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ อาทิ แมกโนเลีย ราชดำริ, ไอคอนสยาม, วิสซ์ดอม 101

MQDC มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ คือ แสวงหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบ การณ์ มาร่วมกันสร้างธุรกิจ และสิ่งใหม่ๆ ที่มีความแตกต่าง ซึ่งบริษัทไม่มีความถนัดให้ประสบความสำเร็จได้เป้าหมาย เพราะเราไม่ได้เป็นผู้ชำนาญที่สุดในแต่ละเรื่อง ทำให้บริษัท สามารถสร้างโครงการที่ยาก หรือโครงการขนาดใหญ่ๆ เช่น ไอคอนสยาม ก็มีพันธมิตรที่เก่งๆ อย่าง บริษัท สยามพิวรรธน์ และแมนดารินโอเรียนเต็ล มาร่วมกันสร้างโครงการที่มีความแตกต่าง และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุนสูง สามารถสร้างให้มีมูลค่า และสร้างปรากฏการณ์ใหม่กับวงการ อสังหาฯ

++รุกโครงการเดี่ยว-มิกซ์ยูส
ปัจจุบันโครงการของ MQDC จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ สร้างการเติบโตด้านรายได้ให้บริษัทค่อนข้างมาก โดยรายได้มี 2 ส่วนคือ จากโครงการที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม ถือเป็นรายได้ระยะสั้น หลังขายหมดปิดโครงการ ก็ถือว่ารายได้จากโครงการนั้นหมดลง ที่ผ่านมามีรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม แบรนด์วิสซ์ดอม อีกส่วนมาจากโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรม ค้าปลีก เป็นรายได้ระยะยาว รายได้จากค่าเช่าที่มีเข้ามาทุกปี แต่ละปีจะน้อยกว่ารายได้ระยะสั้นก็จริง แต่ต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปี ซึ่งโรงแรมวอลดอร์ฟ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด จะเป็นโรงแรมแห่งแรกของเราที่สร้างรายได้ระยะยาว

ฉะนั้นไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือมีวิกฤติ ธุรกิจของ MQDC ก็สามารถยืนหยัดได้บนฐานรายได้ที่กล่าวมา โดยสัดส่วนการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยกับมิกซ์ยูส จะใช้งบลงทุนเท่าๆ กัน 50:50 ในแง่รายได้ ถ้ารายได้ระยะยาวจะมีโรงแรมที่ราชดำริ เป็นแห่งแรก ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะมาจากโครงการคอนโดมิเนียมและบ้าน ในปี 2561 โครงการที่เปิดบริการมีที่ราชดำริ ไอคอนสยาม และวิสซ์ดอม 101 จะเปิดรีเทล

“ทิศทาง 3-5 ปีนี้ MQDC จะเติบโตทั้งโครงการเดี่ยว และมิกซ์ยูส ซึ่งมิกซ์ยูสจะเน้นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อลูกค้าและสร้างแวลูให้กับท้องถิ่น”

โครงการที่เป็นซิกเนเจอร์ของบริษัท ยกให้แมกโนเลีย ราชดำริ บูเลอวาร์ด อยู่บนทำเลศักยภาพที่ดี ใจกลางเมือง และอาคารออกแบบสวยงาม ซึ่งเราตั้งใจอยากให้เป็นไอคอนนิกของย่านราชดำริ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,348 วันที่ 15 - 17 มีนาคม พ.ศ. 2561



HASTAG   พันธมิตร    กลยุทธ์    แมกโนเลีย   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij