‘One Belt One Road’ KWG เชื่อมโยงโอกาส เชื่อมต่อต้นแบบ เชื่อมความสัมพันธ์ จากเซี่ยงไฮ้สู่ไทย


Publisher : 7 April 2018




ปัจจุบันประเทศจีนไม่ได้สร้างกำแพงเมืองที่ยิ่งใหญ่เพื่อป้องกัน แต่หันมาปรับการสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับการสร้างโอกาสด้วยโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนามิตรประเทศ ฐานรากทางความคิดดังกล่าวได้ก่อเกิดการบูรณาการและตกผลึกเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ ‘วัน เบลต์ วัน โรด’ (BRI : The Belt and Road Initiative) สำหรับการดำเนินธุรกิจและตอบแทนสังคมควบคู่กันไปอย่างลงตัวของ KWG ในวันนี้อย่างมั่นคง

มร.แอนโทนิโอ ฮาง ตัท ชาน



มร.แอนโทนิโอ ฮาง ตัท ชาน รองประธาน กรรมการ บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน ฉายภาพความเป็นมาและกลุ่มธุรกิจปัจจุบันของ KWG ได้อย่างน่าสนใจว่า KWG เป็นกลุ่มบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลักทางธุรกิจ คือ Real Estate, Financial Service และ E-commerce เป็นเครือธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงและจีน และเข้ามาขยายธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี 2016 มุ่งเน้นในเรื่องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพร้อมพัฒนา Financial Service อย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการแรกที่เป็นดั่งตัวอย่างที่สำคัญในการสร้างเมืองต้นแบบในปัจจุบัน คือ ชุมชน “King Wai City Oasis Baoshan” ตั้งอยู่ในเขตเป่าซาน เมืองเซี่ยงไฮ้ มีเนื้อที่ประมาณ 950 ไร่ แบ่งการพัฒนาออกเป็น 7 เฟส ซึ่งแบ่งออกเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ยังมีพื้นที่เพื่อการพาณิชย์หรือห้างสรรพสินค้าซึ่งพร้อมเปิดให้ใช้บริการในปลายปี 2561 รวมทั้งสถานศึกษาโดยสร้างขึ้นภายในโครงการและให้ทางรัฐบาลได้เข้ามากำกับดูแล โดยมีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยม

King Wai City Oasis Baoshan โครงการที่พัฒนาเป็นศูนยจ์ ัดนิทรรศการแสดงสนิ ค้าที่อยู่อาศัยและสำนักงาน



ด้านมิติของที่อยู่อาศัยนั้นแบ่งการพัฒนาเป็นโซนๆ โดยเฉพาะเฟส 7 ล่าสุดตั้งเป้าพัฒนา เป็นที่อยู่อาศัยแบบลักชัวร์ ทั้งนี้โครงการที่อยู่อาศัยดังกล่าวยังการันตีด้วยรางวัล “ต้นแบบชุมชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของจีน”จากศูนย์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติจีน ไม่เพียงเท่านั้นในเฟสที่ 6 ยังคว้ารางวัลโครงการคอนโดมิเนียมที่ทำยอดขายได้เร็วที่สุดของปี 2015 และในปี 2017 ยังคว้ารางวัลการออกแบบและการวางแผนยอดเยี่ยมจากเวทีดาวเด่นอสังหาริมทรัพย์ครั้งที่ 10 ที่จัดโดย สมาคมอสังหาริมทรัพย์เมืองเซี่ยงไฮ้

หากมาเจาะรายละเอียดถึงรางวัลดังกล่าว สิ่งแรกที่เป็นดั่งต้นแบบที่ดีคือการวางผังการพัฒนาที่ดี เลือกใช้การพัฒนาแบบ Mixed-use ซึ่งโดดเด่นในด้านความครบครันและมุ่งเน้นการพัฒนาตามโซนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการการอยู่อาศัยในช่วงเวลานั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น โครงการในเฟส 4 สามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานจากระบบรถไฟฟ้า และโครงการอื่นๆ มีทางออกที่เชื่อมกับถนนสายหลัก ยิ่งไปกว่านั้นทาง KWG ยังให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมผ่านการสร้างพื้นที่สีเขียวโดยคิดเป็น 70% ของทั้งโครงการ ขณะเดียวกันยังมีทะเลสาบธรรมชาติขนาดกว้างอยู่กึ่งกลางชุมชน ทั้งนี้ยังออกแบบที่จอดรถในพื้นที่ใต้ดินทำให้มลภาวะทางเสียงไม่รบกวนการอยู่อาศัย ในแง่ของการจัดการทั่วไป อาทิ ขยะโดยแต่ละเฟส KWG จะส่งตัวแทนเข้าไปบริหารจัดการ ทำให้การอยู่อาศัยเกิดความสะดวกสบาย และที่สำคัญคือความปลอดภัยในทุกโครงการมีกล้องวงจรปิดและระบบเปิด-ปิดในรูปแบบลงทะเบียน ทำให้พื้นที่กว่า 900 ไร่เกิดความสมดุลในการจัดการและถือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนประชากรอยู่อาศัยสูงถึง 3 หมื่นคน โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2004 จวบจนถึงปัจจุบันและคาดว่าในอนาคตจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และส่วนกลางที่ครบครันและทันสมัย

ในแง่ของการเติบโตของที่ดินยกตัวอย่าง เช่น เฟสที่ 1 ในระยะแรกเมื่อปี 2004-2005 มีราคาที่ 5 พันหยวนต่อ ตร.ม. แต่ในขณะนี้ที่ดินพื้นที่โดยรอบพุ่งสูงขึ้นเป็น 10 เท่าหรือ 50,000 หยวนต่อ ตร.ม. สำหรับแต่ละหน่วยในแต่ละเฟสมีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 50 ตร.ม. อย่างไรก็ดีสำหรับเฟสที่ 7 ที่อยู่ระหว่างการพัฒนานั้นนอกจากความหรูหราและการออกแบบที่สวยงามยังได้ขยายพื้นที่ใช้สอยเป็น 100 ตร.ม. ขึ้นไป ซึ่งนอกจากการอยู่อาศัยยังถือเป็นโอกาสทางการลงทุนที่ดี

King Wai City Oasis Baoshan ชุมชนบนพื้นที่ 950 ไร่ ที่มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวกว่า 70%



จากโมเดลการพัฒนาชุมชนเมืองขนาดใหญ่ที่เขตเป่าซาน ทาง KWG ไม่หยุดนิ่งในการสร้างโอกาสและได้ต่อยอดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องที่เขตหงเฉียว ในโครงการ ““King Wai City Oasis Baoshan”” ซึ่งเขตดังกล่าวนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อเมืองเซี่ยงไฮ้ เพราะนอกจากทำเลที่ตั้งจะอยู่ในทิศตะวันตก ยังเพียบพร้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน รถไฟฟ้าและยังใกล้กับสนามบินภายในประเทศ ประกอบกับเขตนี้ยังอยู่ในแผนพัฒนาของรัฐบาลในการยกระดับให้เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญแห่งใหม่ของเมืองเซี่ยงไฮ้ หรือ CBD Central Business District นั้นเอง

ขณะนี้เขตหงเฉียวเป็นศูนย์จัดนิทรรศการแสดงสินค้าและงานสัมมนาระดับนานาชาติ อีกทั้งยังมีพื้นที่ออฟฟิศขนาดใหญ่ในหลากหลายหน่วยงาน รวมทั้งพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ด้วยปัจจัยบวกดังกล่าวทำให้ ทาง KWG ได้เข้าไปร่วมลงทุนผ่านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ปี 2013 บนเนื้อที่ 53 ไร่โดยมุ่งสร้างให้เป็นศูนย์นิทรรศการ ออฟฟิศสำนักงานและพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้บริหารหรือ CEO Suite

IMX Shanghai Hongqiao Project ในส่วนของนิทรรศการมุ่งหวังที่จะสร้างขึ้นเพื่อรองรับการจัดงานในรูปแบบต่างๆ เช่นเดียวกันกับสำนักงาน ด้านที่อยู่อาศัย KWG เริ่มก่อสร้าง CEO Suite แล้วจำนวน 26 หน่วย มีขนาด 3 ชั้น มีพื้นที่รวมแต่ละหน่วยอยู่ที่ 750 ตร.ม. โดยในส่วนนี้ยังไม่รวมพื้นที่ใต้ดินหรือทางเดินเข้าสู่อาคาร ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการขออนุญาตตั้งเป้าขายหน่วยละ 50 ล้านหยวนหรือ 250 ล้านบาท อย่างไรก็ดีสำหรับพื้นที่โดยรอบยังคงมุ่งเน้นการวางผังด้วยพื้นที่สีเขียว มีทะเลสาบธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการพัฒนา CBD เขตหงเฉียวแห่งนี้ให้เติบโตต่อไปอย่างมั่นคง

นอกจากความเชี่ยวชาญในด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการเงินแล้ว คิง ไว กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคมเช่นกัน โดย ดร.คิง ไว ชาน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ คิง ไว กรุ๊ป ได้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ “Bauhinia Valley Innovation and Development Center” รวมทั้งบริจาคเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ให้เป็นศูนย์ประสานงานด้านธุรกิจ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 12 แห่งของจีน จัดหลักสูตรอบรม เพื่อผลักดันผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้มีความรู้และศักยภาพในการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้พัฒนาธุรกิจสู่เวทีโลก

ทั้งสองโครงการ King Wai City Oasis Baoshan และ IMX Shanghai Hongqiao Project สะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงโอกาสที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง ทั้งวิสัยทัศน์ในการมองเห็นแผนพัฒนาชุมชนเมืองที่ทางรัฐบาลสนับสนุน การสร้างชุมชนขนาดใหญ่ที่ใส่ใจคุณภาพความเป็นอยู่เพราะมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สภาพแวดล้อมหรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นยังเชื่อมต่อการพัฒนาพื้นที่เพื่อการศึกษาผ่านการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ และนี่คือโมเดลที่พร้อมขับเคลื่อนและเดินทางสู่การพัฒนาชุมชนเมืองในเขตพื้นที่อื่นๆ ของเอเชียต่อไปภายใต้แนวคิด One Belt One Road

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,349 วันที่ 18 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2561



HASTAG  



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij