ต้องไม่ให้เสียของ


Publisher : 23 May 2018




สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 4.8% เร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 4 ของปีก่อนอยู่ที่ 4.0% และเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส หรือ 5 ปี ขณะที่่ทั้งปี 2561 ได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีไว้ที่ 4.2-4.7% โดยมีค่ากลางเพิ่มเป็น 4.5% จากเดิมคาดไว้ 3.6-4.6%

ตัวเลขสะท้อนในทิศทางดีในทุกด้านในไตรมาสแรกทั้งการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่โตขึ้น 3.6% การใช้จ่ายภาครัฐ 1.9% มูลค่าการส่งออก 9.9% การลงทุนรวม 3.4% โดยเป็นการลงทุนจากภาครัฐที่โต 4% และการลงทุนภาคเอกชนโต 3.1% ขณะที่ภาคการผลิตการเกษตรเพิ่ม 6.5% แต่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรลดลงกว่า 12% ผลจากพืชเกษตรหลัก ยาง ปาล์ม ราคาลดลงรวมทั้งอ้อยโรงงานที่ลดลงส่งผลรวมให้รายได้เกษตรกรลดลง 4.8%
ตัวเลขภาพรวมสะท้อนทิศทางที่ดีทั้งหมด เพียงแต่ความรู้สึกและข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ เป็นประเด็นที่ตั้งคำถามกันเซ็งแซ่รอบทิศ โดยเฉพาะในบรรดาชาวบ้านร้านถิ่น ที่ยังคงล้วงกระเป๋าแล้วไม่มีเงิน ตัวเลขเศรษฐกิจที่ว่าขยายตัวดีนั้นใครได้ประโยชน์ ใครมีเงินเต็มกระเป๋า แน่นอนไม่มีใครสงสัยกับตัวเลขที่สศช.วิเคราะห์ ทั้งวัดตรงออกมาในแต่ละช่วงเวลาและพยากรณ์ไปข้างหน้า

ปัญหาต้องย้อนกลับไปดู ในส่วนของการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ในปี 2016 ไทยอยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศที่มีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมมากที่สุดในโลกและผลสำรวจของ Forbes และ Credit Suisse ประมาณการทรัพย์สินรวมของประเทศอยู่ที่ 434 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในจำนวนนี้คน 10% ครอบครองทรัพย์สิน 78.7% ของประเทศ หรือมูลค่ากว่า 341.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ประชากรกว่า 90% หรือ 47 ล้านคน ครอบครองทรัพย์สินเพียง 21.3% หรือเพียง 92.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่สำคัญความมั่งคั่งยังกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มคน 5 ตระกูล เจียรวนนท์ จิราธิวัฒน์ อยู่วิทยา สิริวัฒนภักดี ศรีวัฒนประภา รวมกันกว่า 21.84 % หรือมูลค่า 94.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
จากตัวเลขที่สะท้อนออกมาประกอบข้อมูลผลสำรวจการถือครองทรัพย์สินที่ฟ้องชัด รัฐบาลและทีมเศรษฐกิจต้องหาทางในการปรับแนวนโยบายให้เศรษฐกิิจ รายได้ กระจายตัวอย่างเป็นธรรม เข้าถึง เท่าเทียมมากขึ้น ตรวจสอบนโยบายและการปฏิบัติที่ทำมา ทำไมยังเข้าไม่ถึงฐานราก การเดินหน้าในแผนปฏิรูปเช่นเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญการกระจายรายได้เป็นลำดับต้นๆ และลงในรายละเอียดแนวทางปฏิบัติมากขึ้น มิฉะนั้นจะเกิดความรู้สึกสั่งสมเก็บกดเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ ต้องเร่งทำไม่ให้ย้อนสู่วงจรเดิม ไม่ให้การยึดอำนาจเสียของ

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ |หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3368 ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ค.2561



HASTAG   Thansettakij   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij