พาณิชย์ลุยภูมิภาค! จัดงาน BIG BANG ปลุกท้องถิ่นรุกตลาดโลก


Publisher : 25 July 2018






พาณิชย์เดินสายปลุก "ค้าออนไลน์ภูธร" แนะวิธีเข้าถึง อี-คอมเมิร์ซ ... "เอสเอ็มอี สงขลา" เผย กำลังซื้อแบบช่องทางเดิมหาย 30-40% คนซื้อหันไปซื้อทางออนไลน์มากขึ้น ชี้! แนวโน้มเอสเอ็มอีภาคใต้จะเกิดการพัฒนาทางออนไลน์อีกมาก

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์จัดงาน E-Commerce BIG BANG ที่โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา งานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรก นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ก้าวทันการค้า Online" ช่วงที่ 2 เสวนา "เปิดประตูธุรกิจพิชิตการค้าออนไลน์" ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า , นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) , นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการ สำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล , นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.สงขลา และนายสมเกียรติ ไชยศุภรากุล อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย




"3 สิ่งต้องมี" หากจะเป็นเลิศทาง อี-คอมเมิร์ซ
นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ศักยภาพ อี-คอมเมิร์ซไทย ทั้งในและต่างประเทศ สามารถฟันธงได้เลยว่า เติบโตแน่นอน จากหลายปัจจัย และจากข้อมูลมั่นใจอย่างไรก็โต เพราะถือเป็น New Normal หรือ สิ่งปกติใหม่ของโลกการค้า และยังมีช่องว่างอีกมาก

มูลค่า อี-คอมเมิร์ซของไทย ที่มีการทำวิจัยออกมามีมูลค่าค่อนข้างมาก ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท และช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็เติบโตตัวเลข 2 หลัก ประมาณ 17% ต่อเนื่อง ขณะที่ ในต่างประเทศพูดกันว่า เติบโตเป็น 20% ถ้าใช้ อี-คอมเมิร์ซ เทียบกับการค้าปลีกทั่ว ๆ ไป อี-คอมเมิร์ซ มีน้อยมากไม่ถึง 5% เพราะฉะนั้น ยังมีช่องว่างการค้าที่ใช้ อี-คอมเมิร์ซ อีกมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจังหวัดยังมีโอกาส

อย่างไรก็ตาม วันนี้ทุกคนรู้จัก อี-คอมเมิร์ซ แต่เข้าไม่ได้ ทั้งที่อบรมมาก็เยอะ ซึ่งประมวลออกมาได้ 3 เรื่อง ว่า ถ้าทำได้แล้ว และทำอย่างยั่งยืนทำอย่างไร

ประการแรก คือ เราต้องทำให้ตัวสินค้าและบริการของเราเป็นที่รู้จัก หมายถึงว่า คุณภาพเราต้องดีอยู่แล้ว แต่คอนเทนต์ต้องโดน เพราะสำคัญมาก เพราะตอนนี้การแข่งขันสูงมาก ถ้าคอนเทนต์ไม่ดึงดูดใจ ลูกค้าก็จะหายไป

ประการที่ 2 เนื่องจากการแข่งขันสูง ทุกคนสามารถเข้าได้หมดเลยในเรื่องเทคโนโลยี แต่เราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าอยู่กับเราอย่างยั่งยืน คือ ต้องสร้างแบรนด์ สร้างสัมพันธภาพที่ดี สร้างความเชื่อใจ

ประการที่ 3 จะต้องขยัน จะต้องไม่อยู่นิ่งในการที่จะหาความรู้ใหม่ ๆ หาช่องทางใหม่ ๆ ในการหาลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ

 

สกนธ์ วรัญญูวัฒนา
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์



สอดคล้องกับที่ นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ คือ การที่ผู้ประกอบการต้องพัฒนามาตรฐานสินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับในระบบสากล ต้องมีความน่าเชื่อถือ และมีความปลอดภัย กระทรวงพาณิชย์ได้พัฒนา อี-คอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม ใน 3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย 1.สินค้าและบริการที่จะนำมาจำหน่าย จำเป็นต้องสร้างมาตรฐาน ความไว้วางใจ สร้างความเชื่อใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ต้องดีจริง และมีคุณภาพ โดยที่ผู้ขายต้องมีจริยธรรมในการค้าขาย

2.ระบบโลจิสติกส์ต้องถูกต้อง รวมถึงต้องมีการรับประกัน และมีระบบติดตามการส่งมอบของ และ 3.ระบบการชำระเงินจะต้องมีความหลากหลายและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนารูปแบบให้เป็นมาตรฐานที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับระดับสากล

"สิ่งที่สำคัญ ก็คือ ข้อมูล ซึ่งต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูล (Big Data) และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด"




'ค้าออนไลน์' ส่อเค้าแย่งกำลังซื้อคงที่
นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.สงขลา กล่าวว่า ได้ลงไปสำรวจผ่านเอสเอ็มอีเมื่อปลายปีที่แล้วใน จ.สงขลา โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่า ตลาดซบเซา รวมถึงทำโพลล์ควบคู่ไปด้วย ก็พบว่า ตัวเลขโดยเฉลี่ยของกำลังซื้อหายไป 30-40% และสิ่งที่สวนทางกัน ก็คือ ต้นทุนการประกอบการกลับสูงขึ้น แต่ตัวเลขผลกำไรลดลง การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัว สมาพันธ์ฯ จึงรวบรวมปัญหาทั้งหมดนำส่งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

สาเหตุที่กำลังซื้อใน จ.สงขลา ลดลงนั้น มาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1.มีการเปลี่ยนวิธีการซื้อ โดยคนซื้อหันไปซื้อทางออนไลน์มากขึ้น แต่คนขายยังขายตามช่องทางเดิมอยู่ หรือ ขายออฟไลน์ , 2.มีกลุ่มทุนส่วนกลางรายใหญ่ออกมาเปิดสาขาในต่างจังหวัดมากขึ้น เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ทำให้ความรู้สึกของคนในพื้นที่มองว่า กำลังซื้อหาย

"เมื่อมาดูที่เรื่องออนไลน์บนฐานข้อมูลภาครัฐ ปรากฏว่า ภาคใต้ตกอยู่อันดับสุดท้าย มีตัวเลขอยู่แค่ 5% ของประเทศเท่านั้น และถ้ามาดูที่สงขลาจังหวัดเดียว พบว่า มีตัวเลขการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงสุด เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคใต้ ดังนั้น จึงมองว่า ภาคใต้ หรือ จ.สงขลา ยังพัฒนาในเรื่องโกออนไลน์ได้อีกมาก เพราะเวลานี้ภาคใต้หรือที่ จ.สงขลา อาจจะใช้อินเตอร์เน็ตออฟไลน์ไปทางอื่นมากกว่าใช้ในการพัฒนาตัวเองเพื่อไปสู่แพลตฟอร์มดิจิตอล หรือ ยังไม่ได้นำไปใช้ด้านออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง"

ส่วนการเข้าไม่ถึง อี-คอมเมิร์ซ ให้ได้นั้น เป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ เพราะ อี-คอมเมิร์ซ เป็นการเดินทางไกล ซึ่งไม่ได้เห็นผลในระยะสั้น ๆ ส่วนภาครัฐเอง จะมาส่งเสริมหรือสนับสนุน หรือ อบรมอะไร 1 วัน หรือ 2 วัน แล้วจบไป หรือเรียกว่า มาจุดไฟให้ผู้ประกอบการแล้วหายไป โดยที่ไม่มีการสานต่อก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้น เมื่อมาส่งเสริม สนับสนุน หรือมาอบรมแล้ว ก็ควรฝากหน่วยงานท้องถิ่น เช่น สถาบันการศึกษา หรือสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา เพื่อที่ว่า เมื่ออบรมแล้ว หน่วยงานเหล่านี้จะเข้ามาต่อยอดกับคนท้องถิ่นได้เลย

 

สมเกียรติ ไชยศุภรากุล
อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย



"กิมหยง" ตลาดของคนไทย ต้องจดทะเบียนออนไลน์
นายสมเกียรติ ไชยศุภรากุล อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า สิ่งที่สมาคมจะมุ่งผลักดันให้เกิด 2 ปีข้างหน้า มีด้วยกัน 3 เรื่อง คือ 1.สร้างให้เกิดองค์ความรู้ อี-คอมเมิร์ซ กับผู้ประกอบการไทย , 2.มุ่งสร้างให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม , 3.มุ่งผลักดันสินค้าของผู้ประกอบการไทย หรือ เอสเอ็มอีไทย ขายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ ไม่ใช่ให้ต่างประเทศเข้ามาขายสินค้า

สำหรับคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่ก้าวสู่ อี-คอมเมิร์ซ คือ 1.ผู้ประกอบการจะต้องไม่มอง อี-คอมเมิร์ซ เป็นธุรกิจ แต่ต้องมองเป็นช่องทาง และใช้กลยุทธ์การบริหารทราฟฟิคในช่องทางออนไลน์ , 2.ต้องหาทีมงานอายุน้อย 25-35 ปี เข้ามาทำงาน , 3.แพ็กเกจจิ้งต้องมั่นคง อย่าเปลี่ยนแปลงบ่อย

"ทุกวันนี้ ตลาดจตุจักรเป็นของคนไทย แต่บนโลกออนไลน์ ช็อป เจเจ เจ้าของเป็นสิงคโปร์ ซึ่งอยากแนะนำให้สมาพันธ์ SME ไทย จ.สงขลา จดทะเบียนตลาดกิมหยง บนโลกออนไลน์เอาไว้ เพราะถ้าไม่จด สิงคโปร์ก็จะเอาไปจดอีก"


 

อารดา เฟื่องทอง
ผู้อำนวยการ สำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ



สร้าง 'ตลาดกิมหยง' สู่โลกออนไลน์
นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการ สำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การทำธุรกิจออนไลน์ ต้องอาศัยความอดทนและสู้ พร้อมหาช่องทางใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง โดยหัวใจสำคัญของการทำ อี-คอมเมิร์ซ ที่ประสบความสำเร็จ คือ ต้องให้เวลากับการทำธุรกิจ หากมีลูกค้าติดต่อเข้ามา ต้องรีบโต้ตอบให้ข้อมูลกับลูกค้าทันที ซึ่งเว็บไซต์ไทยเทรดดอทคอม (www.Thaitrade.com) ถือเป็นช่องทางในการสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทย โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงทั้งช่องทางการขาย การสร้างตลาด และการสร้างโอกาส โดยเชื่อมโยงผ่านหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่รับผิดชอบในแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็น สถาบัน NEA หรือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

"เวลานี้จะเห็นว่า ตลาดกิมหยงเริ่มซบเซา ส่วนหนึ่งถูกแย่งตลาดไปโดย อี-คอมเมิร์ซ ทั้ง ๆ ที่สินค้าในตลาดกิมหยงยังเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศอื่น ๆ หากสามารถสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ และสามารถสร้างกิมหยงให้เป็นตลาดสินค้าที่คนทั่วโลกรู้จัก"


 

พรวิช ศิลาอ่อน
ผู้อำนวยการสถาบัน NEA



ด้าน นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบัน NEA กล่าวว่า NEA มีหน้าที่ในการบ่มเพาะและส่งเสริมความรู้ให้กับผู้ประกอบการและผู้สนใจประกอบธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในการเจาะตลาดต่างประเทศและเชื่อมโยง ตลาดให้กับผู้ประกอบการภายใต้เสาหลักการทำงาน คือ 1.ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ ทั้งความรู้เบื้องต้นและการต่อยอด Train the Trainer , 2.การสร้างคอนเนกชัน , 3.การสร้างความรู้ อี-คอมเมิร์ซ เพื่อมาปรับใช้กับความต้องการในธุรกิจ ซึ่งขณะนี้มีทั้งหลักสูตรออฟไลน์และออนไลน์ ที่ผู้สนใจเข้ามาศึกษาได้ฟรี ผ่าน www.nea.ditp.go.th


คลิปบรรยากาศงานสัมมนา E-Commerce BIG BANG @หาดใหญ่


 

ชมคลิป : www.facebook.com/thansettakij/videos/2190269524325924/



……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
'ลาซาด้า' ปลุกค้าออนไลน์! พณ. เดินหน้าจัด BIG BANG
ห้ามพลาด! ‘พาณิชย์’ บุกหาดใหญ่  จัดงาน E-Commerce Big Bang  “เปิดประตูธุรกิจพิชิตค้าออนไลน์”





HASTAG   ฐานเศรษฐกิจ    ตลาดโลก    พาณิชย์    ภูมิภาค    ค้าออนไลน์    ท้องถิ่น    Thansettakij    BIG BANG   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij