ทองหล่อกรีนฟิลด์ เนอสเซอรี่ พื้นที่สีเขียวแห่งการเรียนรู้ 


Publisher : 10 October 2018




ทองหล่อกรีนฟิลด์ เนอสเซอรี่ พื้นที่สีเขียวแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นพลังแห่งพัฒนาการด้วยธรรมชาติ

สนามหญ้าสีเขียวบนพื้นที่ร่วม 100 ตารางวา อุณหภูมิที่ตํ่ากว่าอากาศภายนอกอย่างน้อย 1 - 2 องศา จากเครื่องปรับอากาศธรรมชาติที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ทั้งต้นไม้ใหญ่อายุร่วม 10 ปี แทรกแซมด้วยเหล่าไม้ดอกไม้ประดับอีกหลายชนิด นกตัวเล็กๆ ส่งเสียงร้องซ่อนอยู่ในร่มไม้ กระรอกตัวจิ๋วที่วิ่งเล่นไต่ไปตามกิ่งไม้เหย้าหยอกกันอย่างมีความสุข  บรรยากาศสวนสวยทำให้แทบไม่เชื่อว่าที่นี่ตั้งอยู่ใจกลางย่านทองหล่อ ย่านที่คับคั่งและหนาแน่นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร และยังเป็นสถานที่ซึ่งอดีตพยาบาลวิชาชีพได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญผสานความฝันจาก
ข้อความสั้นๆ ในใบสมัครโครงการ Au-pair เมื่อ 7 ปีก่อนว่า

หากจบโครงการและเดินทางกลับประเทศไทย ความตั้งใจของเธอคือ “อยากมีเนอสเซอรี่เป็นของตัวเอง” และด้วยการสนับสนุนของครอบครัว ซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่สามีเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย  จึงเล็งเห็นความสำคัญของการวางรากฐานการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยและพร้อมสนับสนุนในธุรกิจนี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนพื้นที่บ้านเดิมบนพื้นที่ 1 ไร่ ในซอยทองหล่อ 19 จัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ 50% สร้างเป็นเนอสเซอรี่คุณภาพ สถาบันพัฒนาศักยภาพและสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานที่ซึ่งเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน - 5 ปี จะได้สัมผัสและเรียนรู้ร่วมกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด “Nurturing your child through nature”


สร้างมาตรฐานเนอสเซอรี่ ด้วยวิชาชีพพยาบาล

คุณฟ้า - ธัญญพร อรุณสมิทธิ ผู้อำนวยการ ทองหล่อกรีนฟิลด์ เนอสเซอรี่ เล่าพร้อมรอยยิ้มว่า ความตั้งใจที่จะ
สร้างเนอสเซอรี่ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพยาบาลวิชาชีพมาเกือบ 10 ปี คือการต่อยอดองค์
ความรู้และศึกษาธุรกิจนี้ทีละก้าวๆ ประจวบกับลักษณะของธุรกิจสถานรับเลี้ยงเด็กสำหรับเด็กที่มีอายุตํ่ากว่า 1 ปี จำเป็นต้องมีพยาบาลวิชาชีพประจำการอย่างน้อย 1 คน การเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ผนวกกับสายอาชีพอย่างลงตัว ประกอบกับศักยภาพด้านโลเกชัน  ที่แวดล้อมไปด้วยคอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ของครอบครัวชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทยโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น คุณฟ้าจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีตั้งแต่ การเตรียมสถานที่ การเสริมองค์ความรู้ทั้งเรื่องมาตรฐานการศึกษาตามหลักสากล การกำหนดหลักสูตรเพื่อเสริมพัฒนาการเด็ก ตลอดจนการศึกษาด้านโภชนาการสำหรับเด็ก รวมถึงการคัดสรรที่ปรึกษาในแต่ละด้าน ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยและคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กโดยตรงเพื่อให้เนอสเซอรี่ไม่หยุดแค่การ
เป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่คือสถาบันพัฒนาศักยภาพที่ส่งเสริมให้เด็กอยู่ร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

“เราฝึกพนักงานทุกคนให้สามารถทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ใส่ใจและดูแลเด็กทุกคนเช่นเดียวกับลูกของตนเอง ที่สำคัญคือการลดทุกความกังวลจะเกิดขึ้นกับผู้ปกครอง เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เนอสเซอรี่ของเราเป็นทั้งบ้านและโรงเรียนที่ให้ทั้งความสุข ความสนุก และความปลอดภัย ด้วยความตั้งใจสูงสุดของเรา”



ดึงจุดแข็งเชิงพื้นที่ สร้างเนอสเซอรี่แนวคิดใหม่ “Nurturing your child through nature”

ความเชื่อที่ว่าความเรียบง่ายของธรรมชาติ คือจุดกำเนิดของความรู้และความเข้าใจในศาสตร์และศิลป์บนโลกใบนี้ การสังเกตจากน้องสิงโต ลูกชายคนแรกซึ่งเพิ่งอายุครบ 1 ขวบไปหมาดๆ ว่าทุกๆ ครั้งที่น้องสิงโตได้ออกมาสูดอากาศนอกบ้าน ได้ออกมาเล่นที่สนามหญ้าและมองไปรอบๆ ตัว น้องสิงโตจะอารมณ์ดีมาก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ตลอดทั้งวัน แนวคิดการส่งเสริมและเลี้ยงดูเด็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่ผสานอย่างลงตัวกับพื้นที่ จึงนำมาสู่การออกแบบและวางแผนหลักสูตรการเรียนรู้ด้วยการกำหนดหัวข้อการเรียนรู้ในแต่ละสัปดาห์ ในแต่ละเดือนให้สอดประสานกัน อย่างเช่น หัวข้อการเรียนรู้ในเดือนแรกคือ “Garden” เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องฟาร์ม ผ่านบทเพลง ผ่านกิจกรรมจำลองเรื่องการเลี้ยงสัตว์ การปลูกต้นไม้เล็กๆ ของตนเอง ไปจนถึงเมนูอาหารในแต่ละวันที่คิดอย่างพิถีพิถันเพื่อให้รับกับการสร้างความเข้าใจในเด็กปฐมวัยอย่างกลมกลืน

นอกจากนั้นยังส่งเสริมการเรียนรู้แบบ 2 ภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยทุกหลักสูตรที่กำหนดเพื่อส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยและยึดเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ผ่านการพัฒนาและร่วมดูแลหลักสูตรโดยครูปฐมวัยและครูชาวต่างชาติโดยตรง

“การที่เด็กได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ มีกิจกรรมที่ออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่เย็นฉํ่าจากเครื่องปรับอากาศ ได้พัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ บนสนามเด็กเล่น นอกจากทำให้พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กสมบูรณ์แล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสุขภาพใจที่แข็งแรง สร้างความอดทนและวินัยให้กับเด็กในระยะยาว”


มุ่งเสริมพัฒนาการ ตัด “หน้าจอ” กระตุ้นการเรียนรู้โดยธรรมชาติ

ที่ “ทองหล่อกรีนฟิลล์ เนอสเซอรี่” คุณฟ้ากำหนดให้เป็นเขตปลอดหน้าจอ เพื่อเปิดพัฒนาการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้
กับสิ่งรอบตัว สร้างทักษะการสื่อสารระหว่างเด็ก คุณครู และผู้ปกครองโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ฝึกเด็กๆ ให้เริ่มต้นใช้ชีวิตในสังคมเล็กๆ ด้วยความอ่อนน้อมแบบไทย รู้จักการแบ่งปัน  การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย รู้จักการควบคุมอารมณ์ รวมถึงการนำหลักคุณธรรมและจริยธรรมซึ่งเป็นข้อดีของแต่ละประเทศมาปรับใช้อย่างเหมาะสม

เด็กทุกๆ คนจะมีสมุดประจำตัวสำหรับบันทึกพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญาทุกๆ วัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารกับผู้ปกครอง ที่สำคัญสมุดบันทึกเล่มนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญติดตามพัฒนาการเด็กโดยพยาบาลวิชาชีพทุกเดือน เพื่อให้คุณครูและผู้ปกครองสามารถช่วยเหลือและกระตุ้นพัฒนาการเด็กไปพร้อมๆ กัน

ทองหล่อกรีนฟิลด์ เนอสเซอรี่ ความปลอดภัยต้องมาก่อน

เป็นที่ทราบดีว่าในปัจจุบันโรคในเด็กสร้างอาการเจ็บป่วยและมีความรุนแรงมากกว่าในอดีต เพื่อป้องกันอาการและโรคที่อาจติดต่อกันได้ ทุกๆ เช้าก่อนเข้าเรียนเด็กทุกคนจะผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และการตรวจร่างกายโดยครูประจำชั้นแบบ Head to Toe ห้องเรียนซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ห้องเรียน ใน 3 ระดับ คือ “Baby Acorn Room” สำหรับเด็กอายุ 3 เดือน - 1.5 ปี “Walnut Room” สำหรับเด็ก วัยเตาะแตะ อายุ 1.5 - 2.6 ปี และ “Almond Room” สำหรับเด็กวัยอนุบาล อายุ 2.6 - 5 ปี นอกจากติดตั้งระบบฆ่าเชื้อในอากาศ และสามารถหมุนเวียนอากาศจากภายนอกด้วยการมีหน้าต่างที่เปิดโล่ง มีแสงจากธรรมชาติที่สว่างเพียงพอแล้ว คุณฟ้าได้จัดให้มีคุณครูประจำห้องแบบเหนือกว่ามาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถดูแลเด็กทุกช่วงวัยได้อย่างทั่วถึง หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถเดินทางไปถึงโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ได้ในระยะเดินเพียง 5 นาที หรือขับรถไปถึงในเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น


สร้างโปรแกรมการเลี้ยงที่สอดรับกับครอบครัวยุคใหม่

นอกจากการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยการจัดให้มีตู้แช่ส่วนบุคคลสำหรับเด็กๆ อายุ 3 เดือน - 1 ปีแล้ว คุณฟ้ายังออกแบบโปรแกรม การรับเลี้ยงเด็กที่เพิ่มทางเลือกให้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมครึ่งวัน โปรแกรมรายครั้ง โปรแกรมรายเดือน รายเทอม ตลอดจนโปรแกรม After School ที่รับดูแลเด็กวัยอนุบาลที่กลับจากโรงเรียนตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่ผู้ปกครอง สามารถฝากให้ ทองหล่อกรีนฟิลด์ เนอสเซอรี่ดูแลต่อได้ถึงช่วงเย็น เพลิดเพลิน กับสนามหญ้า กระบะทราย (non toxic sand) ไปจนถึงการเสริมพัฒนาการ ด้านอื่นๆ เพิ่มเติมจากที่โรงเรียนอีกด้วย

การได้เดินลัดเลาะไปตามห้องเรียน ได้เห็นของเล่น และของตกแต่งที่คุณฟ้าใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้คิดถึงคำพูดที่แสนธรรมดาของหนึ่งคุณครูผู้ยิ่งใหญ่ คุณครูโคบายาชิแห่งโรงเรียนโทโมเอสต้นทางของวรรณกรรมระดับโลก “โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง” ที่ว่า

“อย่าจับเด็กๆ ใส่ไว้ในกรอบ แต่ให้ปล่อยเด็กไปตามธรรมชาติ เพราะความคิดฝันของเด็กใหญ่กว่ากรอบของครูเสมอ”

ติดต่อเพื่อเยี่ยมชมโรงเรียนได้ที่ โทร. 0-2185-2541 และ 09-9783-2541 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.thonglorgreenfieldnursery.com

หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3407 ระหว่างวันที่ 7 - 10 ตุลาคม 2561




HASTAG   ทองหล่อกรีนฟิลด์ เนอสเซอรี่    สถานรับเลี้ยงเด็ก   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij