เครื่องขึ้นรูปผลิตจานใบไม้รักษ์โลกลดขยะพิษพลาสติกเพิ่มรายได้ส่งออก


Publisher : 10 October 2018




โลกกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติจากขยะพลาสติกสังเคราะห์ เช่นเดียวกับประเทศไทยกำลังมีปัญหาขยะท่วมเมือง โดยเฉพาะขยะจากบรรจุภัณฑ์ ถุง ภาชนะของใช้พลาสติกนานาชนิดทำให้ประเทศไทยมีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศสัตว์ทะเล และห่วงโซ่อาหารของมนุษย์



"ผศ.ดร.เจษฎา ชัยโฉม" นักวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมเครื่องขึ้นรูปจานใบไม้รักษ์โลก ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยแรงบันดาลใจและแนวคิดที่ต้องการค้นคว้าหาวัสดุชีวภาพมาทดแทนการใช้จานชามพลาสติกหรือโฟม ซึ่งย่อยสลายได้ยากใช้เวลานานกว่า 300 ปี กระแสทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการลดขยะพลาสติก ที่กำลังคุกคามสิ่งแวดล้อมโลก ดังที่หลายประเทศได้ประกาศยกเลิกการผลิตถุงพลาสติก และอุปกรณ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น มีด ช้อน จานไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ สหรัฐ แคนาดา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย เบลเยี่ยม เดนมาร์ก อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เคนยา เมียนมา อินโดนีเซีย และนานาประเทศ ขณะเดียวกันความต้องการของตลาดภาชนะที่ย่อยสลายได้ง่ายกำลังเติบโตรวดเร็วทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ โดยรัฐบาลหลายประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปต่างก็สนับสนุนให้ภาคเอกชนขยายการผลิตวัสดุชีวภาพ แทนพลาสติกสังเคราะห์



“ทำไมต้องเป็นใบสัก” เนื่องจากประเทศไทยมีการปลูกต้นสักเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเมื่อเร็วๆนี้รัฐบาลไทยได้ปลดล็อก พรบ.ป่าไม้ให้ชาวบ้านและชุมชนสามารถสร้างสวนป่า ปลูกไม้มีค่าเป็นพืชเศรษฐกิจได้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ทั้งตัดต้นไม้ในที่ตัวเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ผลิตผลจากต้นสักทั้งลำต้นและกิ่งถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ เฟอร์นิเจอร์ หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ มากมาย แต่ต้องรอให้ต้นสักมีอายุราว 20 ปี เพื่อให้ลำต้นได้ขนาดที่ต้องการ ดังนั้นช่วงเวลาก่อนหน้านี้เกษตรกร สามารถใช้ประโยชน์จากใบสักได้ตลอดตั้งแต่อายุต้นสัก 5 ปี จากการสำรวจของผู้วิจัยพบว่า ต้นสักผลิตใบออกมาจำนวนมาก แต่ยังไม่มีงานวิจัยพัฒนาใดที่ใช้ใบสักซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติมาขึ้นรูปเป็นภาชนะ ทั้งนี้การขึ้นรูปใบไม้นั้นต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมด้วย งานวิจัยครั้งนี้สามารถแสดงการขึ้นรูปใบสักได้โดยอาศัยแรงอัด ความร้อน ส่วนผสมพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้



ผศ.ดร.เจษฎากล่าวว่า สิ่งประดิษฐ์เครื่องขึ้นรูปจากใบไม้นี้ ออกแบบให้ทำงานอัตโนมัติโดยมีวัสดุLayer 3ชั้น ชั้นล่างสุดคือใบไม้สด ชั้นกลางคือวัสดุพลาสติกชีวภาพที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังหรืออ้อย ที่จะช่วยให้ภาชนะประเภทชามทรงตัวขึ้นรูปได้เหมาะกับการใช้งาน ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นใบไม้สด เครื่องจะผนึกวัสดุทั้ง 3 ชั้น ด้วยความร้อนสูงประมาณ 200 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเป็นการทำให้แห้งและปลอดเชื้อ ถูกสุขอนามัย (ถ้าเป็นจานใบไม้ทรงแบน ก็ไม่ต้องใส่ตัวยึดประสาน)



ประโยชน์ของงานนวัตกรรมนี้ ส่งเสริมการใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แพร่หลายผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้ภาชนะใบไม้แทนจานชามพลาสติก ส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ เสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนการรีไซเคิลใบไม้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เกษตรกรและผู้ปลูกไม้สักมีรายได้ช่วงระหว่างรอต้นสักโต ส่งเสริมโอกาสการส่งออกจานชีวภาพจาก ใบสัก ใบบัว ซึ่งมีตลาดกว้างเนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกได้ประกาศเลิกใช้ถุงและภาชนะพลาสติกหลายชนิด และยังสอดคล้องกับสนับสนุนนโยบายรัฐบาลไทยที่ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ตนเองและใช้ประโยชน์ได้ในการพัฒนาต้นแบบ ให้เป็นเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคตนั้น โดยมีกำลังผลิตประมาณนาทีละ 3 ใบ มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จานใบไม้จากใบสักเหล่านี้ จะเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคหัวใจสีเขียว พร้อมไปกับสร้างงานให้เกษตรกรและสร้างรายได้แก่เอสเอ็มอีทั่วประเทศ รวมทั้งโอกาสในการส่งออก



"นอกจาก “ใบสัก” แล้วยังมีที่น่าสนใจ คือ” ใบบัว” เนื่องจากโตเร็ว ขึ้นรูปง่าย มีกลิ่นเฉพาะ โดยอาจต้องส่งเสริมทำนาบัวเพิ่มมากขึ้นเพื่อป้อนตลาด รวมทั้ง“กาบกล้วย”ก็เป็นอีกวัสดุที่ผมสนใจ เพราะบ้านเรามีวัตถุดิบต้นกล้วยเยอะเนื่องจากมีสวนกล้วยหอมจำนวนมาก เมื่อเก็บผลผลิตกล้วยแล้ว ต้นกล้วยถูกฟันทิ้งไปอย่างสูญเปล่า จะได้นำมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก นวัตกรรมเด่นชิ้นนี้ จะนำไปแสดงในงาน“วิศวะ’61 หรือEngineering Expo 2018” วันที่ 11 - 13 ตุลาคม 2561 ณ อาคาร EH103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งจัดโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ภายใต้ธีม “Business Transformation-ถอดรหัส...ความสำเร็จให้ธุรกิจในยุคดิจิทัล”ผศ.ดร.เจษฎากล่าวทิ้งท้าย










HASTAG   สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง    เครื่องขึ้นรูปจานใบไม้    ใบสัก    ใบบัว   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij