"อภิราม สีตกะลิน"ปั้นธุรกิจที่จอดรถ2,000ล้านบาท


Publisher : 6 December 2018




หลังใช้เวลาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อต่อยอดแบรนด์ PARKPLUS (ปาร์คพลัส)ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุงและเป็นตัวแทนเครื่องจอดรถอัตโนมัตินำเข้าจากประเทศเกาหลี , จีน, ญี่ปุ่น, อิตาลีต่อมาก็ขยับมาเป็นสตาร์ตอัพ ที่ริเริ่มธุรกิจ park2go (ปาร์คทูโก)แอพพลิเคชันจองที่จอดรถล่วงหน้าผ่านสมาร์ทโฟนรายแรกของโลกและเป็นที่ปรึกษาธุรกิจที่จอดรถแบบครบวงจร (Parking SolutionsProvider) ซึ่งธุรกิจทั้งหมดนี้ มีหัวเรือใหญ่อย่างอภิราม สีตกะลิน ที่ควบเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปาร์คพลัส จำกัด และบริษัท ปาร์คทูโก จำกัด

อภิราม สีตกะลิน



การแข่งขันเป็นอย่างไร

มูลค่าตลาดของธุรกิจที่จอดรถในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท แต่ในปีนี้ประเมินว่าจะอยู่ที่ 8,000 -1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเร็วมาก เพราะแต่เดิมคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสัก 3-5 ปีตัวเลขถึงจะไปแตะที่หลักหมื่นล้านบาท โดยตลาดนี้มีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีเพียง 3-4 ราย แต่ปัจจุบันมีมากกว่า 10 ราย ส่วนการแข่งขันหลักๆ จะเป็นสงครามราคา
จุดแข็งของปาร์คพลัส

สินค้าของเรามีให้เลือกหลายแบรนด์และเราเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือกได้แก่ XIZI-IUK จากจีน, DYPC จากเกาหลี, IHI จากญี่ปุ่น, OMER จากอิตาลี ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน แต่จุดแข็งที่เรามอบให้กับลูกค้าคือ ความปลอดภัยของตัวสินค้า มีการรับประกัน 10 ปี เป็นรายเดียวในตลาดที่ให้ประกันภัยอุบัติเหตุจากกรุงไทยพานิชประกันภัย

นอกจากนั้นแล้วบริษัทยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา ยกตัวอย่าง ลูกค้าบางคนมักจะลืมบัตรจอดรถ เราก็มีการพัฒนาให้สามารถใช้นิ้วเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นเจ้าของรถได้ และในปีหน้าก็จะเพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้ามา เป็นการจดจำใบหน้าของเจ้าของรถ
การตอบรับในช่วงที่ผ่านมา

ธุรกิจนี้เติบโตตามอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโด มิเนียม ที่ปัจจุบันทุกแห่งแทบจะใช้บริการที่จอดรถอัตโนมัติ สำหรับเราเองก็ได้ติดตั้งให้กับโครงการใหญ่ อาทิ ไฮด์ สุขุมวิท 11 โดยเข้าไปติดตั้งเครื่องจอดรถหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Duo Robot Automatic Parking) ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วกลุ่มออฟฟิศ, บ้าน, ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม ก็ล้วนแล้วแต่มีความต้องการที่จอดรถอัตโนมัติมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยบริษัทคาดว่ารายได้ของปาร์คพลัสในปีนี้จะมีกว่า 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 800 -900 ล้านบาท


ตลาดต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง

เราเข้าไปเปิดธุรกิจนี้ที่กัมพูชา โดยทำแล้ว 2 โครงการ ส่วนประเทศอื่นๆที่อยู่ในระหว่างการเจรจาคือลาว และเมียนมา
ธุรกิจปาร์คทูโก

เราได้พัฒนาแอพพลิเคชัน park2go (ปาร์คทูโก) โดยมีวัตถุประสงค์หลักคืออยากช่วยให้คนมีรถหาที่จอดรถได้เร็วขึ้น เพียงแค่เข้าแอพพลิเคชันก็สามารถค้นหาทำเลที่จอดรถที่ต้องการ,เช็กข้อมูลเบื้องต้นของที่จอดรถได้ อาทิ ราคา, เวลาเปิดทำการ, เช็กสถานะที่จอดเต็มได้เรียลไทม์ว่า ว่าง เต็ม หรือแน่น ไปจนถึงจองที่จอดล่วงหน้าได้ผ่านสมาร์ทโฟน และสามารถเลือกชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง

นอกจากบริการแก่บุคคลทั่วไปแล้ว เรายังให้บริการ Parking Solutions Provider เพียงลูกค้ามีที่ดินก็เริ่มธุรกิจกับเราได้ ซึ่งเราไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าสมัคร โดยบริษัทจะรับหน้าที่ทำการตลาด วางระบบ จัดหาแหล่งสนับสนุนทางการเงิน ดูแลด้านกฎหมายและประกันภัยตลอดจนติดตั้งเครื่องจอดรถอัตโนมัติและเทคโนโลยีการจัดการที่จอดแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยพัฒนาพื้นที่เปล่าหรือธุรกิจที่จอดรถแบบเดิมๆให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างรายได้สูงสุด
ผลการตอบรับเป็นอย่างไร

ตอนนี้มียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันแล้วกว่า 2 หมื่นคน และมียอดที่แอกทีฟประมาณ 10% ขณะที่ลานจอดที่เข้าร่วมมีแล้ว 10 จุด อาทิ ที่จอดรถหลังมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,ลานจอดรถ BTS ปุณณวิถี, ร้านอาหารกัลปพฤกษ์ สีลม ล่าสุดคือ ลานจอดอาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และภายในปีหน้าคาดว่าจะมี 100 จุดที่กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนตลาดต่างจังหวัดตั้งเป้าหมายว่าจะไปที่ภูเก็ตในช่วงต้นปีหน้า
เป้าหมายธุรกิจ

เราอยากขยายโมเดลธุรกิจนี้ไปทั่วโลก แต่เบื้องต้นก็ต้องทำให้ครอบคลุมทั่วประเทศก่อน ซึ่งในตอนนี้เราพยายามที่ให้ความรู้กับลูกค้าว่าเราทำอะไร แล้วจะเพิ่มรายได้ให้กับลูกค้าอย่างไร หรือเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ายังไง โดยในตอนนี้ได้สื่อสารการตลาดผ่านออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก และ เว็บไซต์ที่เพิ่งพัฒนาใหม่

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,422 วันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561




HASTAG  



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij