ปิดฉาก "ATF 2019" ไขกลยุทธ์อาเซียนชิงเค้กทัวริสต์ 130 ล้าน (ตอนจบ)


Publisher : 31 January 2019





การประชุมท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN TOURISM Forum 2019 : ATF 2019) เมื่อวันที่ 14-18 ม.ค. ที่ผ่านมา ณ เมืองฮาลอง ประเทศเวียดนาม

ท่ามกลางความร่วมมือระหว่างกัน ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนให้ "อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกันด้านการท่องเที่ยว" หรือ "ซิงเกิล เดสติเนชัน" ซึ่งในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 129 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้อาเซียนคิดเป็นสัดส่วน 12.4% ของจีดีพี ทั้งคาดการณ์ว่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 15% ของจีดีพี ในปี 2568




แต่ในอีกด้าน ทั้ง 10 ประเทศ ต่างก็งัดกลยุทธ์แข่งขันกันช่วงชิงตลาดด้วยเช่นกัน ผ่านเวทีการส่งเสริมการขาย (Travel Exchange) หรือ TRAVEX และการโปรโมตท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ ผ่านสื่อมวลชน 145 คน จากทั่วโลกที่เดินทางมาทำข่าว


➣ 346 ธุรกิจฮาร์ดเซลล์

ทั้งนี้ TRAVEX จัดว่าเป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวและเจรจานัดหมายทางธุรกิจ (B2B) ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้มีผู้ประกอบการจากภูมิภาคนี้ (ผู้ขาย) และผู้เกี่ยวข้องมาร่วมออกบูธกว่า 346 ราย และเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อจากต่างประเทศกว่า 362 ราย จาก 52 ประเทศที่มาร่วมงาน




ในส่วนของคูหาประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยมาร่วมออกบูธได้ 20 ราย ซึ่งใครจองก่อนได้ก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ประกอบการไทยอีกกว่า 30 ราย ยอมที่จะจ่ายค่าบูธกับออร์แกไนเซอร์จัดงานของเวียดนาม ในราคากว่า 2.4 แสนบาท เพื่อซื้อบูธแยกออกไป แม้จะแพงกว่าการมาออกบูธในคูหาของ ททท. ที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่มา มากกว่า 50% ก็ตาม

กว่า 2 วันครึ่งของงาน TRAVEX ขึ้นกับฝีมือของผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่าจะทำการบ้านล่วงหน้าเพื่อดึงผู้ซื้อจากต่างประเทศมาเจรจาธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหน บางรายทำได้มากถึง 40 นัดหมาย จากค่าเฉลี่ยทั่วไปที่จะอยู่ที่ 30 นัดหมาย ซึ่งมีทั้งการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ การขายเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผู้ประกอบการที่มาออกบูธงานนี้ไม่ได้มองแค่เฉพาะการทำตลาดในอาเซียนเท่านั้น แต่ยังมองว่าเป็นโอกาสในการขยายตลาดสู่ยุโรป อินเดีย จีน เพราะเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานค่อนข้างมาก ทั้งยังจะเห็นว่า ปีนี้มีผู้ซื้อหน้าใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น


➣ 10 ประเทศ โหมชิงพื้นที่สื่อ

ขณะที่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศก็ได้รับความสนใจจากสื่อต่างชาติเป็นจำนวนมากเช่นกัน เริ่มจากประเทศเจ้าภาพ ATF 2019 อย่างเวียดนาม ที่เน้นโปรโมตการจัดงาน ITE HCMC 2019 ในเดือน ก.ย. นี้ ที่จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเวียดนามและกลุ่มประเทศลุ่มนํ้าโขง ที่จะมีผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 400 คน




นอกจากนี้ ในปีนี้เวียดนามยังตั้งเป้าหมายว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 20-25 ล้านคน เพิ่มจากในปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 15.5 ล้านคน ซึ่งตลาดหลักจะมาจากจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ขณะนี้เวียดนามมีการลงทุนสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว ในหลายเมืองท่องเที่ยว รวมถึงลงทุนด้านโครงการพื้นฐานอย่างทางด่วนจากฮานอยมายังฮาลอง ชูจุดขาย "Vietnam Timeless Charms" ทั้งเรื่องวัฒนธรรม ธรรมชาติ ครูซ ทัวริซึม ภายใต้การโปรโมตให้ปีนี้เป็นปีท่องเที่ยวเวียดนาม หรือ "วิสิต เมียนมา เยียร์ 2019"

สำหรับมาเลเซีย ในปีนี้ก็จะเน้นเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะ "ดิจิตอล แคมเปญ" เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดเพิ่มมากขึ้น การเจาะเซ็กเมนต์กลุ่มเมดิคัล การศึกษา อีโคทัวริซึม

ส่วนบรูไนที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมอาเซียนในปีหน้า ก็จะใช้อีเวนต์นี้เป็นจุดขายหนึ่งในการกระตุ้นท่องเที่ยว ซึ่งจะจัดภายใต้ธีม ASEAN together toward a next generation of travel ขณะเดียวกันยังจะเน้นจัดกิจกรรมที่เน้นตลาดนิชมาร์เก็ตมากขึ้น เช่น การโปรโมตบรูไนว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในภูมิภาคนี้ การจัดกิจกรรมด้านอาหาร เพิ่มจากที่มีจุดขายในเรื่องของการผจญภัยและการชมชีวิตสัตว์ป่าที่คนรู้จักอยู่แล้ว รวมถึงการพัฒนาเว็บไซต์ท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มเป้าหมายจะเน้นตลาดจีน เนื่องจากในปีนี้มีจำนวนเที่ยวบินจากเมืองต่าง ๆ ของจีนเข้าบรูไนเพิ่มขึ้น ทำให้มีการเตรียมในเรื่องของไกด์ภาษาจีนเพื่อรองรับตลาดนี้ที่เพิ่มขึ้น

 

ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา



➣ ททท. ชู "อี-วีซ่า" ปั๊มตลาด

ในส่วนของการส่งเสริมการท่องเที่ยว นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า อาเซียนมาเที่ยวไทยในปีที่ผ่านมา 10 ล้านคน เท่ากับจีนมาเที่ยวไทย 10 ล้านคน ดังนั้น ตลาดอาเซียนจึงมีความสำคัญสำหรับไทย เพราะหากตลาดใดมีปัญหา อาเซียนอยู่ใกล้ การรุกสร้างความเชื่อมั่นในตลาดจึงทำได้ที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาเที่ยวไทยได้เร็วกว่า และอาเซียนก็เป็นตลาดที่เราให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยวรวมในปีนี้เพิ่มขึ้น 10%




ขณะเดียวกัน ไทยก็ขายการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ด้วยการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวผ่านคู่มือ Experience Thailand and more และ AEC Seamless Discovery การอัพเดตโปรดักต์ใหม่และการลงทุนในโครงการสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และนโยบายการผลักดันอี-วีซ่าแอพพลิเคชัน ที่อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะเริ่มจากจีนเป็นชาติแรกในเดือนนี้ ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และจะทยอยดำเนินการให้ครบทุกประเทศภายใน 3 ปีนี้

รวมถึงการโปรโมตเมืองรองด้านการท่องเที่ยวของไทย ที่จะเน้นใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.น่าน บุรีรัมย์ ชุมพร ตาก 2.เชียงราย นครพนม สตูล และกลุ่มที่ 3 แพร่ ลำพูน กาฬสินธ์ุ เพื่อโฟกัสในการทำตลาดในเมืองที่พร้อมสำหรับการรับตลาดต่างชาติ

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมการประชุมในเวที "เอทีเอฟ 2019" ที่เกิดขึ้น

| รายงาน โดย ธนวรรณ วินัยเสถียร

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3439 ระหว่างวันที่ 27 - 30 มกราคม 2562




HASTAG   ททท.    ฐานเศรษฐกิจ    ทัวริสต์    อาเซียน    ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา    เที่ยวเมืองรอง    Thansettakij    ท่องเที่ยว บริการ    เอทีเอฟ 2019    ATF 2019    กลยุทธ์อาเซียน   



E-Book ฐานเศรษฐกิจ







ฐานเศรษฐกิจ


Copy Right Thansettakij